การมีลูกทำให้ความพึงพอใจในชีวิตสมรสลดลงจริงรึเปล่า?

การมีลูกทำให้ความพึงพอใจในชีวิตสมรสลดลงจริงรึเปล่า?

03/22/2022 0 By splaygirl

พ่อแม่ทุกคนรู้ดีว่าความเครียดในชีวิตแต่งงานหลังมีลูกนั้นเป็นเรื่องจริง ความโรแมนติกหรือหวานซึ้งของชีวิตคู่นั้นไม่ได้มาจากวันพิเศษที่ให้ดอกไม้หรือพาไปดินเนอร์หรูใต้แสงเทียน แต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการใช้ชีวิตคู่ที่ในแต่ละวันมีความสุขด้วยกัน ได้ยิ้ม ได้หัวเราะ ไม่ทะเลาะกันในวันธรรมดา ๆ นี่แหละ และเชื่อเถอะครับว่ามันไม่ง่ายนะ ไม่ง่ายเลย ชีวิตคู่ถือเป็นความท้าทายอย่างมาก และยิ่งหลังมีลูก…โอ้โหว…ยิ่งยากขึ้นกว่าเดิมหลายร้อยหลายพันเท่า

การมีลูก

ถึงขั้นมีคนบอกว่า “การมีลูกทำให้ชีวิตครอบครัวล่ม” เลยทีเดียว

SBFPLAY99%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%9F%E0%B8%A3%E0%B8%B5

มันอาจจะฟังดูสุดโต่งนะครับ แต่การปะทะกันระหว่างคู่รักที่มีลูกนั้นเกิดขึ้นง่ายมาก คนสองคนต้องการสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูก (แน่นอนอยู่แล้ว) ไม่มีใครเถียง เพียงแต่ว่า…ส่วนใหญ่แล้วไม่มีใครรู้เลยว่าสิ่งที่ ‘ดีที่สุด’ คืออะไรกันแน่ บางทีก็เริ่มเถียงกัน อาจจะมาจากการเติบโตในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน หรือบางทีไอเดียของส่ิงที่ดีที่สุดในหัวของแต่ละคนก็แตกต่างกัน บางที…มันอาจจะมาจากความเหนื่อยล้าทางร่างกาย รายได้ที่หายไป เวลาส่วนตัวที่หายไป รู้สึกกดดัน เครียด การปะทะและทะเลาะกันจึงเกิดขึ้นได้ง่าย เร็ว รุนแรงกว่าเมื่อก่อน

พ่อแม่ที่อ่านอยู่ตอนนี้คงพยักหน้าว่า…”อ่าาา…นี่ฉันเลยหล่ะ”

ลองมาดูข้อมูลที่เขาเก็บมากันครับว่าการมีลูกลดความพึงพอใจในชีวิตสมรสจริงรึเปล่า? และมีอะไรบ้างที่เราทำได้?

คำตอบสำหรับคำถามแรกคือ “จริง” ครับ แต่ข่าวดีคือมันยังพอมีทางแก้อยู่

ในการศึกษาหลายชิ้นไล่ตั้งแต่ปี 1970 เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการเป็นพ่อแม่กับความพึงพอใจในชีวิตสมรสช่วงก่อนคลอดบุตรกับช่วงที่มีลูกวัยเรียนสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ จาก 12% ไปเป็น 30% ซึ่งมีตัวเลขเพิ่มขึ้นมากโดยเฉพาะในปีที่เด็กเกิดมาในปีแรก (https://www.jstor.org/stable/349967?seq=1#metadata_info_tab_contents) และชีวิตสมรสจะกลับมามีความสุขอีกครั้งก็ตอนที่ตัวเองได้กลายเป็นคุณปู่คุณย่าเลยทีเดียว

การวิเคราะห์แบบอภิมานต์ (Meta-Analysis) ของข้อมูลชุดใหม่ ๆ ก็ให้คำตอบที่คล้ายคลึงกัน (https://onlinelibrary.wiley.com/doi/full/10.1111/j.1741-3737.2003.00574.x) บอกว่าพ่อแม่มีความสุขกับการแต่งงานน้อยกว่าคู่รักที่ยังไม่มีลูกด้วยกัน การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงปีแรกของทารกแล้วก็ค่อย ๆ ดีขึ้น แต่จะไม่กลับมาทั้งหมด สรุปแบบสั้น ๆ ก็คือว่าความเป็นพ่อแม่เร่งให้ความสุขในชีวิตคู่ลดลงไปด้วยนั่นเอง (https://www.ncbi.nlm.nih.gov/labs/pmc/articles/PMC2367106/)

แต่ต้องบอกก่อนว่าการศึกษาเหล่านี้ก็พบอีกเช่นกันว่าคู่ที่มีความสุขก่อนที่จะมีลูก มักจะกลับมามีความสุขได้เร็วกว่าเดิม และการมีลูกเมื่อพร้อม (planned pregnancies) เตรียมตัวและตั้งใจมีน้องก็จะมีผลกระทบที่น้อยกว่าเช่นเดียวกัน คือกระทบแหละ แต่ก็น้อยมาก คู่รักก็จะยังรักกันดีอยู่ แม้จะน้อยลงนิดหนึ่งก็ตาม

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL21lLzAvdWQvMTUvNzgwODkvdW5oYXBweS5qcGc

ถ้าต้องให้ชี้ว่าสาเหตุมันมาจากอะไรให้ชัด ๆ ก็คงเป็นเรื่องยาก สิ่งหนึ่งที่พอจะเห็นก็คือเรื่องของเวลาที่น้อยลงที่ใช้ในการโฟกัสในความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่เอง (ซึ่งอันนี้มีทางแก้ เดี๋ยวมาดูข้างล่าง) ซึ่งก็อาจจะมาจากสองสาเหตุนั่นก็คือเรื่องหน้าที่ความรับผิดชอบที่ไม่เท่าเทียมกัน และอีกอย่างก็คือเรื่องเซ็กส์ที่น้อยลง จากผลของงานวิจัยก็พบแหละว่าทั้งสองอย่างนั้นสำคัญมาก ๆ เลย

ถ้าดูจากข้อมูลสถิติที่เก็บมาพบว่าผู้หญิงใช้เวลามากกว่าในการทำงานบ้านและกิจกรรมที่ดูแลลูกในบ้านมากกว่าผู้ชาย แม้ว่าทั้งสองคนจะทำงานแบบเต็มเวลาเท่ากันก็ตาม โดยผู้หญิงจะใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 1.5 ชั่วโมงมากกว่าผู้ชาย ดูแลลูก ทำงานบ้าน และออกไปซื้อของเข้าบ้านต่างๆ นานา

ถึงแม้ว่าในช่วงครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา เวลาที่เราใช้ในการทำงานบ้านนั้นจะลดลงเพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้นทางเทคโนโลยีและตัวช่วย แต่ระยะเวลาที่สามีและภรรยาทำก็ยังไม่เท่ากันอยู่ดี แม้ผู้หญิงจะหาเงินได้เท่า ๆ กับผู้ชาย ก็ยังทำงานบ้านเยอะกว่าอยู่ดี ยิ่งผู้ชายเป็นคนหาเงินเข้าบ้านมากก็ยิ่งทำงานบ้านน้อยมาก ๆ แต่กลับกันเมื่อผู้หญิงเป็นคนหาเงินเข้าบ้านเป็นส่วนใหญ่ เวลาที่ใช้ทำงานบ้านกลับเท่ากันซะงั้น (https://www.jstor.org/stable/29789630?seq=7#metadata_info_tab_contents)

หลายคนอาจจะบอกว่ามันแยกไม่ได้หรอกงาน เพราะความสามารถของผู้ชายกับผู้หญิงมันต่างกัน แต่ข้อมูลก็บอกอีกว่าที่จริงแล้วมันก็มีบางประเทศอย่างสวีเดนที่สามีภรรยามีหน้าที่เท่า ๆ กันในครอบครัว หรืออย่างคู่สมรสเพศเดียวกันข้อมูลก็บ่งบอกว่างานบ้านสามารถแบ่งกันได้อย่างเท่าเทียมได้ ซึ่งการทำงานบ้านมากกว่าหรือดูแลลูกมากกว่าก็ไม่ได้หมายความว่าผู้หญิงไม่ได้มีความสุข เพียงแต่ว่าแบบสำรวจที่ทำออกมาบ่งบอกถึงความเชื่อมโยงกันระหว่างงานบ้านที่ไม่เท่าเทียมกันกับความตึงเครียดในชีวิตสมรสนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกัน

มีการเก็บสถิติมาอย่างมากกว่าคู่สามีภรรยามีเซ็กส์กันน้อยลงหลังจากที่มีลูก (https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/18086175/) ไม่ต้องห่วงครับนี่เป็นเรื่องปกติ ยิ่งลูกเพิ่งเกิดเดือนแรก ๆ หรือปีแรกยิ่งไม่ต้องพูดถึง แต่ปัญหานี้จะเริ่มส่งผลกระทบในภายหลังได้ อาจจะเพราะไม่มีเวลา เหนื่อยล้า และบางทีก็มีลูกนอนอยู่ข้าง ๆ ก็ไม่ค่อยสะดวกสักเท่าไหร่ แม้ว่าสถิติจะบ่งบอกแบบนี้ แต่มันก็อาจจะไม่ได้เป็นต้นเหตุของปัญหา คือมันก็บ่งบอกแหละว่าเวลาของสามีภรรยา ความใกล้ชิดมันก็อาจจะลดลง ผู้ชายเองก็อาจจะมีความต้องการแต่ภรรยาก็เหนื่อยเกินไป สองข้างมันก็เลยไม่เท่ากัน

สองอย่างนี้เชื่อมกันได้ไหม? มีคนบอกว่าผู้ชายที่ทำงานบ้านเยอะ ก็จะมีเซ็กส์เยอะไปด้วย แต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้มีการศึกษาหรือมีข้อมูลที่ชัดเจนเท่าไหร่ ทฤษฎีบางอันก็บอกว่าเซ็กส์คือรางวัลที่ได้รับเมื่อทำงานบ้าน แต่ถึงแม้มันก็เป็นเพียงทฤษฎี งานบ้านกับเซ็กส์อาจจะไม่เชื่อมกันโดยตรง แต่คุณผู้ชายก็อาจจะลองได้นะครับ ไม่เสียหาย

เอาหล่ะมาถึงวิธีแก้บ้าง ถึงแม้ว่าข้อมูลจะบอกว่าพ่อแม่จะมีความสุขน้อยลงหลังจากที่มีลูก โชคดีที่ยังพอจะมีทางแก้โดยไม่ต้องรอให้เป็นคุณปู่คุณย่าไปซะก่อน อย่างแรกเรารู้ว่าคู่รักที่มีความสุขก่อนมีลูก จะกลับมามีความสุขได้เร็วกว่าหลังจากมีลูก เพราะฉะนั้นเรื่องนี้บอกเราว่าก่อนจะมีลูกให้คุยกันให้ดีก่อน วางแผนรับมือและจัดตารางชีวิตให้ดีก่อนที่จะมีน้องอุแว๊ออกมาดูโลก อย่างที่สองคือจัดตารางการนอนให้ดี ผลัดกันดูแลและพยายามหาเวลานอนให้เพียงพอ การนอนหลับให้เพียงพอนั้นส่งผลต่ออารมณ์เป็นอย่างมาก ถ้ารู้ตัวว่าไม่ไหวหรืออารมณ์เสียเพราะเหนื่อยมากไป อาจจะต้องยื่นมือขอให้คนที่ไว้ใจได้มาแตะมือเปลี่ยนสักนิดหนึ่งเพื่อพักผ่อน

นอกจากนั้นก็มีการพูดคุยกันให้บ่อยขึ้น ความสัมพันธ์ของสามีภรรยาไม่ใช่เรื่องเซ็กส์เพียงอย่างเดียว ทั้งสองคนต้องคุยกัน สอบถามกันบ่อย ๆ งานเป็นไงบ้าง รู้สึกยังไงบ้าง อะไรที่โอเคหรือไม่โอเค คุยกันให้บ่อยขึ้นครับ มีอะไรที่ช่วยกันผ่อนหนักให้เป็นเบาได้บ้าง คุยกันก่อนที่ปัญหาจะบานปลายและสามีภรรยาจะกลายร่างเป็นพลุกับไฟอลังการระเบิดระเบ้อไปซะก่อน

ที่สำคัญที่สุด (อันนี้เน้นย้ำเลยนะครับ) ไม่ว่าจะทำอะไรต้องคิดเสมอว่าอย่าให้ลูกเข้าใจว่าเขาคือต้นเหตุและสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่มีอะไรแย่ไปกว่าความรู้สึกว่าตัวเองคือตัวปัญหาและสร้างความแตกร้าวให้กับครอบครัวและคนที่เขารัก ข้อนี้ต้องระวังให้ดีครับ

ความรักความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยานั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อน คุยกันให้เยอะขึ้น เล่าถึงอารมณ์หรือความรู้สึกของคุณว่ากำลังเผชิญอะไรอยู่ ขอบคุณกันและกันอยู่เสมอในการช่วยเหลือเลี้ยงดูลูก แบ่งงานบ้านให้เท่า ๆ กัน และบางที…ดอกไม้หรือพากันไปกินข้าวร้านโปรดก็ช่วยเพิ่มความหวานได้ไม่น้อยเลย

SBFPLAY99%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%9F%E0%B8%A3%E0%B8%B5